ข่าวประชาสัมพันธ์
Home / บทความน่ารู้ / สารพัดน้ำพริก….ไม่ว่าจะมาจากภาคเหนือ ใต้ ออก ตก กลาง อิสาน จะเอามารวมไว้ในนี้แล้ว!!
สารพัดน้ำพริก….ไม่ว่าจะมาจากภาคเหนือ ใต้ ออก ตก กลาง อิสาน จะเอามารวมไว้ในนี้แล้ว!!

สารพัดน้ำพริก….ไม่ว่าจะมาจากภาคเหนือ ใต้ ออก ตก กลาง อิสาน จะเอามารวมไว้ในนี้แล้ว!!

น้ำพริกขี้กา
แม่เคยทำให้กินตั้งแต่เด็กๆค่ะ สูตรของแม่ มีเครื่องปรุงดังนี้
เนื้อปลาย่าง แกะเอาแต่เนื้อ (ถ้วยนี้ใช้ปลาช่อนย่างค่ะ)
หอมแดงสัก 4-5 หัว กระเทียม (ถ้ากลีบใหญ่ 4-5 กลีบ) พริกสดเม็ดใหญ่แบบเผ็ดน้อย (กะเอาว่าชอบเผ็ดหรือไม่เผ็ด ถ้าอยากเผ็ดมากก็ผสมพริกขี้หนูสวนเพิ่มได้ค่ะ)
ข่าหั่นแว่น 3-4 แว่น กะปิ (ดิฉันไม่ชอบใส่เยอะ ใส่แค่เมล็ดถั่ลิสง) ถ้าชอบก็สามารถใส่ได้สักครึ่งช้อนชา นำ หอมแดง กระเทียม พริก และข่า ไปปิ้งย่างให้สุกและหอม ส่วนกะปิ
ใช้ใบข่าห่อแล้วย่างให้หอม จากนั้นนำเครื่องย่างทั้งหมดมาโขลกรวมกัน เมื่อเครื่องละเอียดจนพอใจแล้ว ก็ใส่เนื้อปลาย่างโขลกรวมคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลาดี และมะนาว(ถ้าไม่ชอบน้ำปลา ใช้เกลือได้ค่ะ) ชิมดูปรุงรสตามใจชอบเลยค่ะ ทานกับผักสดและข้าวสวยร้อนๆ ทำให้เจริญอาหารค่ะ 

…ก ะ ปิ ห ล่ น / ก ะ ปิ คั่ ว…

กะปิหลน หรือกะปิคั่ว อาหารไทยภาคกลาง รสหวานนำ เค็มตามและมันด้วยกะทิ ส่วนฟสมตะไคร้ซอย หัวหอม มะพร้าวคั่ว หัวหอม กะปิ และกุ้งต้ม นำให้เนียน แล้วผัดในกะทิ เมื่อใกล้ได้ที่สังเกตที่ส่วนผสมนวลเนียน ใส่น้ำตาลปีบ ใบมะกรูด หัวหอมทุบ เวลากินกินกับผักสดที่ชอบอร่อยที่สุดคือยอดมะกอก ถั่วพู มะเขือเปราะ แตงกวา ค่ะ ส่วนดอกอัญชัญ และกระถิน เป็นของที่มีหาง่าย ๆ ลองกินนะคะ ตำรับนี้แม่ทำให้กินมานาน ถ้าแม่อยู่ก็ 94 แล้วละ

…แ จ่ ว ป ล า ร้ า…

แจ่วปล้าร้า….
กระเทียม หอมแดง พริกสด+พริกขี้หนู มะเขือเทศ ย่างให้สุกค่ะ
ปลาร้าห่อใบตองปิ้งให้หอม
ตำทุกอย่างรวมกันคะ ปรุงรส ผักชีต้นหอมคลุกเคล้าไปเลยค่ะ…

**น้ำพริกมะขามสด**
เครื่องปรุง : มะขามอ่อน หมูสับ หอมแดง พริกขี้หนูสด รากผักชี กะปิ น้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมัน
วิธีทำ
1. นำมะขามอ่อนมาล้างและขูดเยื้อน้ำตาลที่เกาะผิวมะขามออกให้หมด
2. นำรากผักชีมาโขลกให้ละเอียด ตามด้วยหอมแดง พริกขี้หนูและมะขามโขลกให้ละเอียดเข้ากันดีแล้วนำกะปิใส่โขลกอีกครั้งเมื่อน้ำพริกเข้ากันดีแล้วนำหมูสับลงโขลงรวมกับน้ำพริกให้เข้าเปนเนื้อเดียวกัน
3. ตั้งกะทะพอร้อนใส่น้ำมันนำน้ำพริกลงผัดพอเริ่มสุกปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลค่ะ ชิมให้ไดทั้ง3รสนะค่ะ เปรี้ยวจากมะขาม เค็ม และหวานค่ะ ได้รสถูกปากเปนเสร็จค่ะ ตักใส่ถ้วยโยนลูกโดดสัก5-6เม็ดพร้อมเสริฟค่ะ
4. ทานกับผักสดตามชอบค่ะเช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว ขมิ้นขาว ฯลฯ

#เมนูน้ำพริกตะลิงปิง#วันก่อนได้โพสการทำนำ้จิ้มตะลิงปิงกินกับหมูทอดไปแล้ว มาวันนี้เรามาทำ #น้ำพริกตะลิงปิงกัน# เมนูนี้ถ้าใครไปสมุยแล้วถามหาน้ำพริกตะลิงปิงแล้วละก็ ถ้าเป็นคนสมุยแต่กำเนิดนะจะตัองบอกว่า “หร่อยอย่างแรง” เรามาลงมื้อทำคะ
-ตะลิงปิง(ตัดหัวท้ายแล้วซอยตามยาว)
-กุ้งแห้ง หรือ ปลาย่าง(จะต้มก็ได้เเกะเอาเนื้อ)
-กระปิอย่างดี
-พริกขี้หนูซอย
-หอมแดงซอย
-น้ำตาลนิดหน่อย
นำของทั้งหมดรวมกันในชาม (ตะลิงปิงซอย หอมซอย พริกซอย กระปิ กุ้งแห้ง)ใช้มือคลุกส่วนผสมให้เข้ากันตัดด้วยนำ้ตาลนิดหน่อย (เมนูนี้ไม่ต้องใช้ครกใช้มื้คลุกเลย)ชิมรสตามใจชอบอร่อยถูกใจคนไทยแล้วคะ…ทานกับผัก..และของทอดได้เลย

**ปลาร้าหลน**
เครื่องปรุง. ปลาร้าปลากระดี่ น้ำมัน ปลาช่อน พริกขี้หนูสด กระเทียมไทย น้ำมะนาว มะม่วงดิบซอย ผักสดสำหรับต้มตามชอบ

วิธีทำ
ผัดปลาร้ากับน้ำมันให้หอม เติมน้ำเปล่าให้ท่วมใส่ปลาช่อนลงไปเคี่ยวต่อจน
สุกแล้วตักแยกออก เคี่ยวปลาร้าต่อจนเนื้อปลาร้าหลุดเหลือแต่ก้าง นำมากรองแยกก้างออก
โขลกกระเทียม พริกขี้หนูสด เข้าด้วยกันใส่เนื้อปลาช่อนที่ต้มกับน้ำปลาร้า(แกะเอาแต่เนื้อ)โขลกต่อให้เป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่ถ้วยปรุงรสด้วยน้ำมะนาว มะม่วงซอย รับประทานกับผักต้มหรือผักสดตามชอบ

นํ้าพริกสละ กุ้งสด.คือหาละกำไม่ได้เลยใช้สละแทนค่ะอร่อยด้วยนะค่ะ.…ตัวนํ้าพริกมีพริกขี่หนูสวน พริกชี้ฟ้าแดง1เม็ด กระเทียม .หอมแดงหอมมากกว่ากระเทียมนะค่ะจะได้ไม่เป็นเหมือนนํ้าพริกกะปิ .กะปิ นํ้าปลามะมาวไม่ใส่นํ้าตาลนะเพราะว่าสละหวานอยู่แล้ว สละหั่นเป็นชิ้น ตำเลยค่ะชิมรสตามชอบไม่เปรี้ยวบีบมะนาวใส่ .กุ้งหั่นชิ้นลวกพอสุกใส่ตามไป . ไข่ต้ม .ผักสด ผักลวกตามชอบ

น้ำพริกกะปิมอญ
————————–

กะปิมอญ แต่เดิมเป็นกะปิที่ทำมาจากปลา ต่างจากกะปิทั่วไปที่ทำจากเคย (คล้ายกุ้งฝอย) สมัยโบราณจะนำมาจากย่านมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร จึงสันนิษฐาน ชื่อน้ำพริกกะปิมอญ น่าจะมาจากกะปิของชาวมอญ จึงเรียกว่า กะปิมอญ

อย่างไรก็ตาม น้ำพริกกะปิมอญ ได้กลายเป็นอาหารประจำถิ่นที่นิยมทำเลี้ยงแขกเหรื่อ ทั้งงานมงคล และงานอวมงคล งานไหนไม่มีน้ำพริกกะปิมอญ ถือว่างานนั้นยังจัดได้ไม่สมบูรณ์พอ น้ำพริกชนิดนี้ทำง่าย ราคาไม่แพง เพราะจิ้มกินกับพืชผักสวนครัวที่ปลูกกันไว้หรือขึ้นเองข้างรั้วบ้านแทบทุกหลังคาเรือน

เครื่องปรุงสำคัญ ที่ขาดไม่ได้ และเป็นที่มาของชื่อน้ำพริกถ้วยนี้ นั่นคือ กะปิมอญ นอกจากนั้นก็ได้แก่ กุ้งแห้ง หอมแดง กระเทียม มะเขือเปราะแก่ มะเขือเทศ มะนาว ผักชีฝรั่ง มะเขือพวง พริกขี้หนู ของทั้งหมดนี้มากน้อยตามชอบ

ขั้นตอนการทำ เริ่มจากนำเครื่องปรุงทั้งหมดมาล้างน้ำให้สะอาด (เว้นแต่กะปิ ถ้าจะให้ดีก็ห่อใบตองย่างไฟ จะได้กลิ่นหอมมากขึ้น) กุ้งแห้งแช่น้ำเสียหน่อยให้ตำง่ายแหลกไว จากนั้นนำกะปิมาโขลกจนขึ้นสีนวล ใส่กุ้งแห้งตำรวมกันจนละเอียด ใส่หัวหอม กระเทียม ลงโขลกไม่ต้องให้ละเอียดนัก ผักชีฝรั่งหั่นละเอียด ใส่ครกโขลกรวมกันไป ตามด้วยพริกขี้หนู มะเขือเทศ มะเขือเปราะแก่ (แก่จนเปลือกเป็นสีเหลืองนั่นแหละดี ผ่าแยกเอาเฉพาะเมล็ด) ตักส่วนผสมทั้งหมดที่โขลกจนเข้ากันดีแล้วใส่ถ้วย เติมน้ำสุกเล็กน้อย ปรุงรสด้วยมะนาว ให้มีรสเปรี้ยวนำ หากชอบหวานก็ใส่น้ำตาลปี๊บสักเล็กน้อยตามชอบ <<<เคล็ดลับในการตำน้ำพริก กะปิมอญให้อร่อยก็คือ ต้องโขลกกะปิให้นวลได้ที่ ใส่หัวหอมมากกว่ากระเทียม และควรให้มีรสเปรี้ยวนำ ที่สำคัญควรใส่กะปิแค่พอเหมาะ และต้องไม่ใส่น้ำปลาอย่างเด็ดขาด>>>

น้ำพริกกะปิมอญ ทานเคียงกับผักสดกรอบ ผักต้มและผักดอง

เรื่องเล่าเกี่ยวกับ กะปิ (ตัดตอนมา) ความที่ไม่เชื่อว่าคนไทย ได้คำศัพท์เรียกวิธีการถนอมอาหารแบบดั้งเดิมหรืออาหารทะเลแปรรูปชนิดนี้มาจากชนชาติพม่า ชนชาติที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน เกิดอารยธรรมหลังมอญและสยาม ด้วยความเชื่อที่ว่า กะปิ น่าจะเป็นคำมอญ ที่พม่ายืมใช้ ว่ากันด้วยวิชาศัพท์ สันนิษฐาน ไหนจะเรื่องกิตติศัพท์ของกะปิมอญกันด้วยแล้ว อย่างน้อยก็มีคน 2 กลุ่ม ที่เชื่อกันว่ามอญทำกะปิอร่อย พวกหนึ่งคือคนแถบเมืองกาญน์ ที่เชื่อกันว่ากะปิส่วนใหญ่มาจากสมุทรสาคร และเป็นกะปิที่ทำโดยคนมอญเสียด้วย ยืนยันด้วยน้ำพริกมอญถ้วยเล็กอร่อยที่กล่าวถึงข้างต้น

ส่วนพวกที่ 2 คนที่เชื่อกันว่า ทะแม่ง มาจากภาษามอญ คนที่ว่านี้ก็รายเก่าเจ้าเดิม คุณชายคึกฤทธิ์ เคยเขียนเอาไว้ในหนังสือพิมพ์มติชนนานแล้ว คุณชายท่านว่า ทะแม่ง ที่เราท่านเรียกอะไรก็แล้วแต่ที่มันดูไม่ชอบมาพากลนี้ เกิดจากคนมอญที่กำลังตากปลาทำกะปิ ระหว่างนั้นกลิ่นมันคงจะตุๆชอบกล คนไทยที่เดินผ่าน เลยถามว่า ทำอะไร คนมอญก็ตอบว่า ทำกะปิ ซึ่งกะปิในภาษามอญนั้นถ้าเรียกให้เต็มยศก็ต้องว่า ฮะร่อกฮะแหม่ง เพราะกระบวนการหมักปลาให้เน่าและอร่อย (พูดแบบสุจิตต์ วงษ์เทศ) มอญคงจะทำปลาร้าขึ้นก่อน โดยคนมอญเรียกปลาร้าว่า
ฮะร่อก แล้วเมื่อเกิดกะปิ ขึ้นตามมาทีหลังจึงเรียกกะปิว่า ฮะร่อกฮะแหม่ง และเป็นที่มาของคำว่า ทะแม่ง อย่างที่เราพูดกันติดปากจนทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อสมัยรัชกาลที่ 4 พระองค์ท่านเคยมีรับสั่งให้เปลี่ยนคำเรียก กะปิ
ให้เป็น เยื่อเคย อยู่พักใหญ่ ด้วยคงรังเกียจว่าสำเนียงฟังดูคล้ายคำเรียกอวัยวะสงวนของเพศหญิงก็เป็นได้ แต่ก็ออกประกาศเปลี่ยนไปได้ไม่นาน มีพวกชอบหากินกับความไม่รู้ของชาวบ้าน ไปแอบซุ่มฟังชาวบ้าน ที่ยังคงเรียกขาน กะปิ ตามปกติ ภายหลังชาวบ้านชาวเมืองเดือดร้อนหนัก กระทั่งเรื่องถึงพระเนตรพระกรรณรัชกาลที่ 4 จึงประกาศให้กลับมาเรียก กะปิ ดังเดิมกระทั่งทุกวันนี้ นับเป็นบุญกุศลของอาณาประชาราษฎร์ที่ได้ใช้คำว่า กะปิ แทนที่จะเป็น เยื่อเคย ตามประกาศเมื่อครั้งนั้น มิเช่นนั้นเราคงเรียกน้ำปลาว่า น้ำเคย เพื่อให้คล้องจองกันไป ลำพังเยื่อเคยนั้นพอรับได้ แต่น้ำเคยขอรับ ใต้เท้ารับไม่ได้ (@ ที่มา : จากหนังสือ ข้างสำรับมอญ โดย องค์ บรรจุน)
———————
ต้องขออภัยก่อนนะคะ เรื่อง กะปิ ที่ใช้ในครั้งนี้ ดิฉันไม่มีกะปิมอญ ที่ทำจากปลา แต่ขอทำขึ้นโดยใช้กะปิที่ทำจากเคย แทนค่ะ ด้วยความที่อยากรู้ว่าน้ำพริกกะปิมอญจะเป็นอย่างไร จึงขอทำให้ใกล้เคียงกับสูตรที่ได้กล่าวมาข้างต้น และปรับรสที่ตัวเองชอบค่ะ
———————-
เครื่องปรุงและส่วนผสม

• กะปิดี ห่อใบข่าแล้วปิ้งให้สุกหอม 1 ช้อนโต๊ะ
• กุ้งแห้ง แช่น้ำจนนุ่ม 2 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียมไทย 9 กลีบ
• หอมแดงเล็ก หั่นเป็นชิ้นๆ 5 หัว
• น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
• ผักชีฝรั่ง ซอยละเอียด 1/4 ถ้วย
• มะเขือเทศสีดา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 2 ลูก
• มะเขือเปราะแก่ แกะเอาแต่เมล็ด 2 ลูก
• มะเขือพวง เด็ดขั้ว 15 เม็ด
• พริกขี้หนูสวน (ตามชอบ)
• น้ำต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
————————
ขั้นตอนและวิธีทำ

• นำกะปิห่อใบตอง หรือใบข่า ไปปิ้งให้หอม
• แกะกะปิมาใส่ครก โขลกให้ละเอียดเนียน แล้วใส่กุ้งแห้งลงไปโขลกรวมให้ละเอียด
• ใส่หอมแดงและกระเทียมลงโขลกหยาบๆ
• ใส่ผักชีฝรั่ง โขลกรวมไม่ต้องละเอียดมากนัก จากนั้นใส่พริกขี้หนูลงไปโขลกตาม
ด้วยมะเขือเทศ และเมล็ดมะเขือเปราะ ใส่มะเขือพวกบุบๆพอแตก
• ตักใส่ขึ้นใส่ถ้วย สำหรับคลุกปรุงรส เติมน้ำสุกนิดหน่อย ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว
ให้มีรสเปรี้ยวนำ ใส่น้ำตาลเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรส ปรุงตามชอบ
• ตักใส่ถ้วย ทานกับผักสด ผักต้ม และผักดอง เครื่องเคียงตามชอบค่ะ
<<< น้ำพริกมอญ จะไม่ใส่น้ำปลาค่ะ ความเค็มได้จากกะปิ หรืออาจจะใช้เกลือบ้างนิดหน่อยค่ะ >>>

**น้ำพริกปลาทู**
เครื่องปรุง : ปลาทูนึ้ง พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู หอมแดง กระเทียม น้ำปลา มะนาว
ผักแกล้ม : ผักสด หรือผักต้มตามชอบ
วิธีทำ
1. นำปลาทูนึ่งมาย่างให้หอมแล้วพักไว้
2. นำพริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู หอม กระเทียม เผาไฟหรือคั่วในกระทะให้ไหม้เล็กน้อย ลอกส่วนที่ไหม้ออกแล้วนำทั้งหมดมาโขลกให้พอแหลก
3. เมื่อพริกแหลกตามต้องการแล้วนำปลาทูที่ย่างไว้แกะเนื้อนำลงโขลกกับน้ำพริกจนเนื้อเข้ากันดี ถ้าข้นไปให้เติมน้ำต้มสุกลงตามต้องการแล้วจึงปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว ชิมตามชอบค่ะ
4. ทานคู่กับปลาทูทอดค่ะจะทำให้น้ำพริกอร่อยยิ่งขึ้นค่ะ

น้ำพริกอ่อง<

ส่วนผสม

1. เนื้อหมูบด 200 กรัม
2. มะเขือเทศลูกเล็ก 15 ลูก
3. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
4. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

เครื่องแกง

1. พริกขี้หนูแห้ง 10 เม็ด
2. หอมแดง 5 หัว
3. กระเทียม 10 กลีบ
4. กะปิ 1 ช้อนชา
5. เกลือ 1/2 ช้อนชา
6. ถัวเน่าป่น 2 ช้อนชา ( ถ้าไม่มีไม่ต้องใส่ก้อได้นะคะ )

วิธีทำ

1. โขลกพริก หอมแดง กระเทียม กะปิ เกลือ และ ถั่วเน่าป่น ให้ละเอียด
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดเครื่องแกงจนหอม จากนั้นใส่หมูบดผัดจนสุก ตามด้วยมะเขือเทศผัดให้เข้ากัน
3. จากนั้นเติมน้ำเล็กน้อย รอจนมะเขือเทศสุก ยกออกจากเตา โรยด้วยผักชีและต้นหอม ทานคู่กับผักสดและผักลวกหรือผักนึ่งค่ะ

น้ำพริกเห็ดไข่ต้ม

กับข้าวง่ายๆที่แม่ชอบกินเวลานึ่งข้าวเหนียวใหม่กลิ่นจะหอมและข้าวก็นุ่มมาก แม่จะปั้นจิ้มกินกับน้ำพริกเห็ดอร่อยแบบง่าย ที่เราได้วัตถุดิบมาจากการที่เราเพาะเห็ดกินเอง

เครื่องปรุง/เห็ดจะใช้เห็ดนางฟ้า หรือ เห็ดฟางก็ได้ปิ้งให้สุก/พริกหนุ่มปิ้ง/หอมแดงปิ้ง/กระเทียมปิ้ง/ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า/ถ้าใม่ชอบทานปรุงด้วยน้ำปลา

เอาพริก หอม กระเทียม มาตำรวมกันแค่หยาบ ใส่เห็ดลงไปเอาสากบุบเบาๆให้แหลก แล้วปรุงตามชอบ ตักใส่ถ้วย ทานพร้อมเครื่องเคียง เช่นไข่ต้ม หมูทอด ปลาทอด หรือผักตามชอบค่ะ
<< ถ้าไม่มีเตาถ่าน ใช้วิธีต้มเห็ดได้ ส่วน พริก หอม กระเทียม ให้คั่วเอา

เวลาต้มปลาร้าไม่ต้องใส่น้ำเทปลาร้าใส่หม้อต้มใช้ไฟเบาๆพอเนื้อปลาร้าละลายหมดแล้วค่อยเอามากรองก้างทิ้ง แล้วใช้แต่น้ำปรุงอาหารค่ะ

น้ำพริกสละกุ้งสด<

ส่วนผสม

1. สละฝานเอาแต่เนื้อ 8-10 เม็ด อีฟจะเลิอกลูกเล็กๆค่ะ เนื้อจะออกเปรี้ยวๆ( ถ้าชอบกลิ่นสละมากๆสามารถใส่เพิ่มได้ค่ะ )
2. พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต๊ะ
3. กระเทียมไทยแกะเปลือก 15 กลีบ
4. หอมแดง 6 หัว
5. กะปิอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ ( ถ้าเนื้อสละค่อนข้างหวานเติมน้ำมะนาวลงไปได้อีกนะคะ )
8. น้ำปลา 1 ช้อนตะ
9. เนื้อกุ้งสดหั่นเต๋าลวก ¼ ถ้วย

วิธีทำ
1. ปอกเปลือก ล้างสละ ลอกเยื่อสีขาวออก ฝานเป็นชิ้นบางๆ (แบ่งไว้โรยหน้าเล็กน้อย) ใส่ถ้วย เตรียมไว้
2. โขลก กระเทียม พริกขี้หนู หอมแดงให้ละเอียดพอหยาบ จากนั้นใส่กะปิ ค่อยโขลก ใส่สละลงไปโขลกและยีเบาๆเข้าด้วยกัน ใส่น้ำตาลปิ๊บ น้ำปลา น้ำมะนาว ตามด้วยเนื้อกุ้งลวก คนให้เข้ากัน ชิมรสให้ เปรี้ยว เผ็ด เค็ม และหวานเล็กน้อย (ถ้าสละหวานมากก้อสามารถเพิ่มน้ำมะนาวได้ค่ะ)
3. ตักใส่ถ้วย โรยเนื้อสละฝานที่แบ่งไว้กับพริกขี้หนู แล้วรับประทานกับผักสด ผักลวกตามชอบค่ะ

น้ำพริกไข่เค็ม
1.กะปิเผา+กระเทียม+พริกขี้หนู ตำรวจกันให้ละเอียด(ลดกะปิเผื่อไข่เค็มด้วยค่ะ)
2.เอาเฉพาะไข่แดงลงตำให้นัว ปรุงรสด้วยน้ำตาลปึก+มะนาว
3.ตักไข่ขาวเป็นก้อน+พริกขี้หนู โรยหน้า
4.ผักแนมตามชอบ เพิ่มคะน้าผัดน้ำมัน+เกลือ

#น้ำพริกกะปิ#

กะปิเผาไฟโขลกรวมกับกระเทียม.พริกขี้หนูพอแหลกหั่นมะเขือเหลืองใส่ไปด้วยเติมน้ำตาล.มะนาวให้รสเปรี้ยวเค็มหวานพอดีๆ
****
ผักเคึยงวันนี้ได้ผักบุ้งทอดกรอบ.ชะอมกับมะเขือชุบไข่.ถั่วงอกดอง.มะเขือกับมะระลวก.แตงกวาหั่นแล้วแช่เย็นไว้ก่อน.ดอกอัญชันเก็บจากต้นที่บ้านค่ะมีใบบัวบกนิดหน่อยที่สำคัญปลาทูตัวอ้วนมันๆทอดกรอบๆไว้กินแนมกันกับน้ำพริก.
ทุกอย่างนี้จัดรวมกันเป็นสำรับน้ำพริกกะปิคู่ครัวไทยมาช้านานแล้วค่ะ***กินด้วยกันนะคะ

#น้ำพริกแดงหรือน้ำพริกตาแด#
ส่วนประกอบดังนี้.
พริกขี้หนูแห้ง15เม็ด.
หอมแดง 5 หัว.
กระเทียม 15 กลีบ
เกลือ.กะปิ.ปลาย่าง(ไม่มีใช้กุ้งแห้งได้),
น้ำตาลปี๊บ.น้ำปลา.มะขามเปียก.
วิธีทำ.
หอมกระเทียมพริกเอาไปคั่วให้สุกแล้วโขลกรวมกับเกลือกะปิปลาย่างให้แหลกเข้ากันปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำตาลมะขามเป็นอันเสร็จ.จะเอาไปผัดหรือไม่ก็ได้นะคะแต่สูตรเดิมจะไม่ผัดค่ะ.
จัดหาผักสดๆมากินคู่กันรับรองอร่อยแน่ค่ะ

น้ำพริกปลาช่อน

เครื่องปรุง

ปลาช่อนนานึ่งแกะเอาก้างออก 1/2 กิโลกรัม
พริกชี้ฟ้าแห้งคั่ว 2 ขีด
หอมแดง 2 ขีด
กระเทียมไทย 2 ขีด
น้ำมะขามเปียก
น้ำตาลปี๊บ

วิธีทำ

_โขลกพริก กระเทียม หอมแดง เข้าด้วยกัน
_ใส่เนื้อปลาช่อน เคล้าเบาๆ
_นำไปผัดกับน้ำมัน ปรุงรสด้วย น้ำมัขามเปียก น้ำตาลปี๊บ
_รับประทานกีบผักตามชอบ

“น้ำพริกหยำ หรือน้ำพริกป่า”

-ปอกเปลือกกุ้ง แยกส่วนเปลือกไว้
-ตั้งหม้อน้ำต้มกุ้ง น้ำนิดหน่อย ต้มทั้งเนื้อและเปลือก
-นำเนื้อกุ้งมาฉีกฝอย แบ่งเป็น 2 ส่วน
-กรองน้ำต้มเปลือกกุ้ง
-หอมแดงซอย
-พริกขี้หนูบุบ
-น้ำตาลปี๊บ
-มะนาว
-กะปิอย่างดี
-ผักจิ้มตามชอบ (ในรูปคือสะตอฉาบน้ำมัน)

นำน้ำต้มเปลือกกุ้งที่กรองแล้วใส่ชามที่เตรียมไว้ ตามด้วยกะปิ น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว พริกขี้หนูบุบ หอมแดงซอย เนื้อกุ้งที่ฉีกไว้ครึ่งหนึ่ง นำมาขยำรวมกันในชามที่เตรียมไว้ ปรุงรสตามใจชอบ โรยเนื้อกุ้งฉีกส่วนที่เหลือไว้ด้านบน ตามด้วยพริกขี้หนู ทานคู่กับผักต้ม ไข่ต้ม หรือผักฉาบน้ำมันค่ะ

เย็นแล้วทานไรดี? #อร่อยอ๊อดอ๊อด ขอเสนอ “น้ำพริกมะขามปลาสลิด(แบบผัด) คลุกข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมาก ทำแล้วเก็บในตู้เย็นอยู่ได้เป็นเดือน วันนี้ใช้มะขามเปียกแทนมะขามอ่อน กุ้งแห้งก็หมด ไม่เป็นไ ปลาสลิดแทนกุ้งแห้ง ออกมารสชาติหอมอร่อยเลย คลุกข้าวร้อนๆ สวรรค์ดีดีนี่เอง

ใส่อะไรบ้าง?
1. มะขามเปียก
2. ปลาสลิดขูดเอาแต่เนื้อ
3.น้ำตาลปี๊บ
4. ตะใคร้ 2-3ต้น
5.ข่า หั่นแว่นสัก 5-7แว่น
6.กระเทียมกลีบใหญ่ 4-5กลีบ
7. ใบมะกรูดซอย
8. พริกขี้หนูสวน ตามความเผ็ดที่ชอบ
9.มะนาว
10.น้ำมันพืช
11.กะปิใต้อย่างดี

ลงมือ
1. ขูดปลาสลิดเอาแต่เนื้อ สับให้ละเอียด ตั้งกระทะไฟปานกลาง เอาปลาสลิดลงไปทอดให้ฟูเหลืองนวล ตักขึ้นพัก
2. เอาตะใคร้ซอย ข่าซอย กระเทียม พริกขี้หนู มาตำรวมกันในครก ให้แหลกแบบหยาบๆหน่อย ใส่เนื้อปลาสลิดที่เราทอดจนนวลฟูลงตำให้ทุกอย่างเข้ากั
3.เทน้ำมันออกจากกระทะ ให้เหลือน้ำมันแค่พอเคลือบกระทะ ลดไฟให้อ่อนลง เอาน้ำมะขามเปียกลงกระทะ ใส่น้ำตาลปี๊บลงไป เคี่ยวให้ไฟอ่อนๆจนทั้งสองอย่างเข้ากัน และเริ่มงวด ตามด้วยกะปิสักหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติ ความหอม และสีสันทผัดให้เข้ากัน
4.ก็ถึงขั้นตอนเทสมุนไพร ตะใคร้ ข่า กระเทียม พริก รวมถึงปลาสลิดทอดที่เราตำในครกลงไปผัดรวมในกระทะ ปรุงรสด้วย น้ำปลาดี ชิมดูว่าขาดเหลือรสไหนก็เติมลงไป ให้ได้รส เปรี้ยวหวานนำตามด้วยเค็ม
5. ผัดต่อจนน้ำพริกงวด เหนียว เริ่มเป็นก้อน จากนั้นปิดไฟ โรยใบมะกรูดซอย บีบมะนาวลงไปซักครึ่งลูก คลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน จัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมผักสด เริ่ด!

น้ำพริกกะปิกุ้งเสียบ-กุ้งหลังไข่ต้มน้ำปลา
————————–————————–———
อาหารติดครัวคนไทยส่วนใหญ่มีทุกบ้านค่ะ วันนี้ได้น้ำพริกกุ้งเสียบพี่สามีซื้อมาฝากจากภูเก็ต เอามาใส่ลงผสมน้ำพริกกะปิให้มีอะไรเคี้ยวกรอบๆบ้าง แถมเจอกุ้งหลังไข่เอามาต้มน้ำปลากินกับน้ำพริกมื้อนี้ยอมอ้วนค่ะ

เครื่องปรุง
—————-
กระเทียมไทยแกะเปลือก
พริกขี้หนูสวน กุ้งแห้งป่น
น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว
น้ำต้มสุกเย็นแล้ว
พริกขี้หนูบุบ กระเทียม สำหรับโรยหน้า
น้ำพริกกุ้งเสียบสำหรับผสม

วิธีทำ
———
ตำกระเทียม พริกขี้หนู กุ้งแห้งป่นรวมกันให้ละเอียด ใส่กะปิ น้ำตาลปี๊บลงคลุกผสม เติมน้ำมะนาว น้ำเปล่าเล็กน้อย ชิมรสตามชอบ ใส่น้ำพริกกุ้งเสียบลงคลุกผสม โรยหน้าด้วยพริกขี้หนูบุบ กระเทียม จัดเสริฟพร้อมผักตามชอบ

กุ้งสดต้มน้ำปลา
————————
นำกุ้งมาล้างน้ำให้สะอาด ใส่หม้อเหยาะน้ำปลาให้ทั่วๆ ตั้งไฟปิดฝาให้เดือดสัก 5 นาที แล้วเขย่ากลับด้านปิดฝาไว้ซัก 3 นาที ตักใส่จาน ถ้ากุ้งเยอะใช้เวลาเยอะขึ้นนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

live webcam girls
Scroll To Top